Author: Terri Walters

การย้ายบ้านไม่ใช่เรื่องเหนื่อยอีกต่อไป ด้วยผู้ช่วยมืออาชีพ

               ต้องเรียกว่าพฤติกรรมด้านที่อยู่อาศัยของผู้คนในปัจจุบันนั้นเปลี่ยนไปมาก จากที่เคยชอบอยู่ตามบ้านเดี่ยวและมักจะอาศัยอยู่ที่เดิมเป็นเวลานานนั้น ก็เริ่มเปลี่ยนมาอาศัยอยู่ตามคอนโดมิเนียมกลางเมืองที่สามารถเดินทางได้สะดวกมากกว่า แถมยังมีแนวโน้มว่าจะมีการเปลี่ยนที่อยู่บ่อยขึ้น เพราะส่วนใหญ่จะเช่าอยู่มากกว่าจะลงทุนซื้อเอง เพื่อความคล่องตัวเมื่อต้องย้ายที่ทำงาน หรือต้องการบรรยากาศใหม่ โดยการย้ายบ้านที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งของคนปัจจุบันนี้เอง จึงทำให้เกิดธุรกิจใหม่ที่ช่วยให้การย้ายข้างของจากบ้านหนึ่งไปสู่อีกบ้านหนึ่งทำได้สะดวก รวดเร็ว และเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น  ซึ่งความจริงธุรกิจนี้ถือเป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นมานานแล้วในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น  แต่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย  โดยธุรกิจนี้จะสามารถอำนวยความสะดวกในการย้ายบ้านได้อย่างไรบ้างนั้น ตามไปดูกันค่ะ

  • ช่วยแพคของอย่างเป็นระเบียบ

อย่างที่รู้กันดีกว่าการย้ายบ้านแต่ละครั้งนั้นดูจะเป็นเรื่องยุ่งยากที่ทำให้เสียเวลาอย่างมาก  กว่าจะมานั่งแพคของแต่ละชิ้น ของบางชิ้นก็แต่หากได้ง่าย  ซึ่งแต่นอนว่า ด้วยความยากลำบากในการย้ายของนี้อาจทำให้คุณต้องตัดสินใจทิ้งข้างของบางอย่างไปอย่างน่าเสียดาย แต่หากหันมาใช้บริการย้ายบ้นที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันนี้แล้วล่ะก็ คุณก็ไม่จำเป็นจะต้องมาเหนื่อยกับเรื่องวพวกนี้อีกต่อไป เพราะทางบริษัทจะสามารถแพคสิ่งของและจัดลงกล่องเตรียมเคลื่อนย้ายให้อย่างมืออาชีพ แถมยังเสร็จในเวลาอันรวดเร็วอีกด้วย

  • เคลื่อนย้ายของอย่างปลอดภัย

อย่างที่รู้กันดีว่าบริษัทเหล่านี้ทำงานกันอย่างมืออาชีพ  ดังนั้น หลังจากบรรจุของที่แพ็คแล้วลงกล่องอย่างเรียบร้อย บริษัทย้ายบ้านก็ยังสามารถขนข้าวของและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆขึ้นรถและขนไปยังจุดมุ่งหมายได้อย่างปลอดภัย ซึ่งแน่นอนว่า เหล่ามืออาชีพเหล่านี้เขามีอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานอย่างครบถ้วน ดังนั้น คุณไม่จำเป็นต้องกังวลว่าข้าวของจะแตกหักหรือเสียหายแม้แต่ชิ้นเดียว

  • จัดวางของให้เหมือนเดิมได้ในสถานที่ใหม่

สำหรับใครที่กลัวว่าการย้ายเข้าบ้านใหม่จะกลายเป็นเรื่องเหนื่อยๆ ด้วยควาที่ต้องมานั่งจัดเรียงข้าวของให้เข้าที่เข้าทางนั้น ขอบอกเลยค่ะ ว่าหากคุณใช้บริการบริษัทย้ายบ้าน ก็จะสามารถเข้าไปนอนในบ้านใหม่ราวกับเป็นบ้านหลังเดิมได้เลยโดยที่ไม่ต้องมาเหนื่อยจัดข้าวของอีก เพราะนอกจากจะเคลื่อนย้ายของใช้และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆให้แล้ว บริษัทเหล่านี้ก็ยังจัดวางให้อย่างเป็นระเบียบ เหมาะกับการใช้งาน แถมพยายามคงลักษณะเดียวกับบ้านเดิมให้มากที่สุดอีกด้วย

forest fire

5 วิธีเตรียมความพร้อม หากตกอยู่ในสถานการณ์เกิดไฟไหม้

forest fire

            ไฟไหม้หรืออัคคีภัย เป็นเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เราต่างไม่คาดคิดที่จะให้เกิดขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะกับตัวเรา คนรอบข้าง บ้านที่อยู่อาศัย หรือที่ทำงานของตนเองก็ด้วยเช่นกัน เพราะอย่างที่เรารับรู้กันอยู่ว่าเพลิงไหม้นั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้วและไม่สามารถควบคุมได้ทันท่วงทีละก็ ทรัพย์สินทุกชิ้นไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ได้วอดวายหายไปเปลวเพลิงจนแทบไร้ร่องรอยแน่นอน และอย่าว่าแต่ทรัพย์สินเลย ขนาดชีวิตคนยังมีโอกาสสูงที่จะสังเวยให้กับกองเพลิงได้ง่าย ๆ ไม่ต่างกัน เหมือนกับข่าวการเกิดเหตุเพลิงไหม้จากทั้งของไทยเองและอีกหลายที่ทั่วโลก ที่มักมีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์เลวร้ายนี้อยู่บ่อยครั้ง

            เชื่อว่าเราทุกคนนอกจากจะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้กับตนเองและคนที่รักแล้ว แต่เหนือสิ่งอื่นใดหากมันเกิดขึ้นจริง ๆ ก็คงอยากมีชีวิตรอดออกมาจากกองเพลิงให้ได้ไว้ก่อนกันอยู่แล้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องเรียนรู้ว่าหากเกิดเหตุไฟไหม้ต้องเตรียมตัวยังไง กับ 5 วิธีการต่อไปนี้

1.        ซ้อมหนีไฟ เป็นสิ่งที่หลายออฟฟิศหลายบริษัทต้องมีกฎให้พนักงานของตนได้ฝึกซ้อมหนีไฟอย่างเป็นประจำแน่นอน และก็เชื่อเหลือเกินว่าในแต่ละบริษัทจะต้องมีผู้ที่หลบหลีกไม่ยอมมาซ้อมหนีไฟด้วยอีกเหมือนกัน เพราะคิดว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ ตัวเองทำได้สบาย ไฟไหม้ก็ไม่น่าเกิดขึ้นจริงกับเรา คุณไม่ควรคิดแบบนี้เพราะนี่ถือเป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่งที่คุณจะได้รับการฝึกซ้อมจากเจ้าหน้าที่จริง ๆ ได้รู้ถึงวิธีการใช้งานถังดับเพลิง เครื่องมือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดับเพลิง รวมถึงความรู้เรื่องการเอาตัวรอดในสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างถูกต้อง

2.        ฝึกเดินในความมืด เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ไฟฟ้าก็มักจะดับเสมอ หากเป็นช่วงกลางคืน หรือเหตุการณ์จริงเกิดไหม้จนมีควันหนาแน่น ก็มีโอกาสสูงมากที่เราจะมองเห็นได้ลำบากเป็นอุปสรรคต่อการหนี ดังนั้นจึงเป็นเรื่องดีหากเราลองปิดไฟในบ้านหรือที่ทำงาน แล้วลองปิดตาเดินในบริเวณทางเดินที่เราต้องใช้ประจำดู เพื่อให้เกิดความเคยชินกับเส้นทาง สิ่งกีดขวาง เมื่อเกิดเหตุการณ์จริงจะได้หนีได้อย่างคล่องตัว

3.        ฝึกขึ้นลงบันได เมื่อมีเพลิงไหม้เตือนไว้ก่อนเลยว่าอย่าใช้ลิฟต์ เพราะอย่างที่บอกว่าเดี๋ยวไฟก็ต้องถูกตัดและดับไป ไม่ดีแน่หากคุณต้องติดอยู่ในลิฟต์ที่เต็มไปด้วยควัน ไร้อากาศหายใจเรื่อย ๆ และเลี่ยงบันไดในอาคารเพราะไฟจะลุกลามโหมได้ไวจากการเป็นช่องอากาศของบันได ให้ฝึกซ้อมขึ้นลงบันไดหนีไฟไว้เสมอเพื่อความเคยชิน เมื่อเกิดเหตุจริงจะได้ไม่เหนื่อย เอาตัวรอดได้สบาย

4.        ทางหนีไฟ คุณต้องมั่นตรวจสอบเส้นทางหนีไฟของบริษัทไว้เป็นประจำ ทำความเข้าใจกับเส้นทางหนีไฟในแต่ละชั้นได้ยิ่งดี เมื่อเกิดไฟไหม้จริงคุณจะได้รู้ทางหนีทีไล่ได้ทันที ไม่ว่าคุณจะอยู่ชั้นใดของอาคารก็ตาม

5.        ถังดับเพลิง คุณควรติดตั้งถังดับเพลิงไว้ที่บ้านบ้าง อย่าคิดว่าเป็นสิ่งไม่จำเป็นและไกลตัว เพราะมีไว้ย่อมอุ่นใจกว่า รวมถึงเครื่องตรวจจับควันเองก็เป็นอุปกรณ์ที่น่าสนใจ ควรมีไว้ควบคู่กันทั้งบ้านและออฟฟิศ และที่สำคัญคือต้องฝึกใช้งานให้เป็นให้คล่องมืออีกด้วยถึงจะดี

5 ข้อข้างต้นถือได้ว่าเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญอย่างมากที่คุณควรรู้ว่าหากเกิดไฟไหม้ต้องเตรียมตัวยังไง และต้องหมั่นฝึกซ้อมเอาไว้ มาถึงตอนนี้อยากให้หลายคนลองทบทวนตนเองไปจนถึงคนใกล้ตัวดู ว่าได้เคยฝึกเคยเตรียมตัวในข้อใดไปแล้วบ้าง หากยังไม่เคยเลยสักข้อ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะเริ่มเตรียมตัวให้พร้อมรับมือก่อนเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ขึ้นจริง?

ถ้าฝึกซ้อมเตรียมตัวกันเรียบร้อยแล้ว สามารถไปเลือกซื้ออุปกรณ์ป้องกันเพลิงไหม้ต่าง ๆ ได้เลยที่ Shopee โดยเฉพาะตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงโปรโมชั่น Sumer Sale ซึ่งจะมีถึงวันที่ 31 พ.ค. 2562 นี้เท่านั้น เรียกว่าได้ทั้งความปลอดภัยและความคุ้มค่าแบบสองต่อ ต้องรีบหน่อยแล้ว

พบกับแคมเปญ Shopee Free Shipping month ชอป 0บาท ก็ไม่มีค่าส่งทั่วไทย วันที่ 1-30 มิ.ย. 62 พร้อม 1 บาท Prize เล่นเกมทุกศุกร์ ลุ้นของรางวัลง่ายๆ Flash Sale เริ่ม 9 บ. รับเงินคืน 100% พร้อมสินค้าแบรนด์ คูปองส่วนลดทุกวัน

ต่อเติมบ้าน

ต่อเติมบ้านอย่างไร ไม่ให้บ้านทรุดตัว

ต่อเติมบ้าน

การตกแต่งบ้าน เป็นสิ่งที่หลายคนนิยมที่จะทำ เพราะบางครั้ง พื้นที่การใช้สอยในบ้าน ก็อาจจะไม่เพียงพอ เนื่องจากในการสร้างครั้งแรก เราก็อาจจะคิดไม่ถึง เมื่อเข้ามาอยู่จริงๆ แล้ว ถึงรู้ว่า บ้านมันพื้นที่น้อยเกินไป สิ่งที่ทำได้ก็คือ มาต่อเติมบ้านในภายหลังนั่นเอง เป็นการเพิ่มขนาดพื้นที่บ้าน ให้เยอะมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ครบ กับวัตุประสงค์การใช้งานของเรา

การต่อเติมบ้าน เป็นสิ่งที่เรา ต้องคำนึงให้มากเหมือนกัน เพราะบางครั้ง การต่อเติมบ้าน ก็อาจสร้างความเสียหาย ให้กับบ้างของเราด้วย อย่างเช่นบ้านที่ไม่สามารถรับน้ำหนัก ที่มากขึ้นได้ ก็อาจจะทำให้บ้านของเราทรุดตัว จนเกิดความเสียหาย ให้กับส่วนอื่นของบ้าน หรือไม่ก็อาจจะพังเสียหาย ลงมาทั้งหลัง ซึ่งเหตุการณ์พวกนี้ ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วทั้งนั้น

สิ่งที่เราต้องดู และต้องระวัง ก่อนการต่อเติมบ้าน มีอะไรบ้าง

-อย่าใช้เสาเข็มร่วมกับตัวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติมอะไรก็ตาม ที่มันนอกเหนือจากตัวบ้านออกมา ก็ไม่ควรที่จะให้ส่วนที่เพิ่มเติมพวกนั้น เอาน้ำหนักมาลงที่เสาเข็มของบ้านด้วย เพราะเสาเข็มของบ้าน อาจจะรับน้ำหนักไม่ไหว และถ้าน้ำหนักมันมากขึ้น ก็อาจจะเกิดความเสียหาย เช่นทำให้บ้านทรุดตัวก็ได้ ทางที่ดีที่สุด ควรใช้เสาเข็ม แยกกับเสาเข็มหลัก ของตัวบ้านออกมาเลย จะปลอดภัยมากกว่า

-ตอกเสาเข็มให้ลึก การต่อเติมบ้านทุกครั้ง ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ควรจะตอกเสาเข็มใหม่ด้วย เพื่อที่จะให้บ้านของเรา ออกมาแข็งแรงมากที่สุด และในการตอกเสาเข็มทุกครั้ง ก็ควรตอกให้ลึก จนถึงชั้นดินที่แข็ง บ้านของเรา จะได้ไม่เกิดการทรุดตัว หากเราตอกเสาเข็ม ที่ตื้นมากจนเกินไป อาจจะทำให้บ้านของเรา มันเกิดการทรุดตัวก็ได้ อย่างเช่นเวลาที่น้ำซึมลงใต้ดิน และทำให้ดินบริเวณนั้น ยุ่ย และอ่อน จนไม่สามารถทานน้ำหนักบ้านได้

-ทำโครงสร้างแยก การต่อเติมบ้านทุกครั้ง อย่างเช่นการทำที่จอดรด ก็ควรสร้างโครงสร้างใหม่ แยกออกจากตัวบ้านออกไปเลย จะดูดีกว่า และแข็งแรงมากกว่า เพราะในการต่อเติมบ้านแต่ะครั้งนั้น อาจจะเกิดความเสียหายให้กับบ้านได้ หากมาใช้โครงสร้างของบ้านที่มีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ต่อเติมบ้านที่ดีที่สุด ควรสร้างแยกออกไปเฉพาะเลย จะดีกว่า และปลอดภัยให้กับบ้านของเรามากกว่า

-การเลือกช่าง หรือผู้รับเหมา ในการจ้างช่าง หรือผู้รับเหมา ที่จะมาต่อเติมบ้านของเรา การเลือกช่างก็ควรเลือกที่มีประสบการณ์ มีผลงานที่ไว้ใจได้เท่านั้น เพราะหากช่างที่ไม่มีฝีมือ ในเรื่องของการต่อเติมบ้าน ก็อาจจะสร้างความเสียหาย ให้กับบ้านของเราได้ ควรเลือกที่เป็นบริษัทรับเหมา ที่ไว้ใจได้เท่านั้น จะปลอดภัยมากที่สุด และผลงานการต่อเติมบ้านของเรา ก็จะออกมาตรงใจความต้องการของเรามากที่สุดด้วย

คนที่มีความต้องการ ในการต่อเติมบ้าน ทั้ง 4 ข้อนี้ เป็นสิ่งที่เรามองข้ามไม่ได้เลย หากต้องการจะให้บ้านของเรา ออกมาดูดี และแข็งแรงมากที่สุด ก็ควรจะทำตามข้อแนะนำ ทั้ง 4 ข้อข้างต้น และบ้านของเรา จะได้ไม่มีปัญหาทีหลังด้วย

ตกแต่งบ้าน

ตกแต่งบ้านอย่างไร ให้ดูอบอุ่น น่าอยู่มากขึ้น

ตกแต่งบ้าน

ลักษณะของบ้านทีดีนั้น จะต้องน่าอยู่และสวยงาม ทั้งภายในบ้าน และภายนอกบ้าน ทั้งสองอย่างนี้ ถือว่ามีความสำคัญมากที่สุด ในการตกแต่งบ้าน บางคน สามารถทุ่มเงินจำนวนมาก ในการลงทุน เพื่อที่จะให้บ้านของตัวเอง น่าอยู่มากที่สุด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลก ที่เราจะเห็นบ้านราคาแพงๆ เพระบ้าน เป็นสิ่งที่เราต้องอาศัยหลับนอน พักผ่อนทุกวัน และเป็นที่อยู่กับครอบครัว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตมนุษย์

การตกแต่งแต่งบ้าน ให้ดูอบอุ่นนั้น เป็นเรื่องที่เราต้องคิด และต้องออกแบบก่อนเสมอ ว่าจะทำอย่างไร ให้บ้านของเรา ออกมาอย่างที่ต้องการ คนที่ไม่สามารถออกแบบเองได้ ก็ต้องไปจ้างช่าง หรือสถาปนิก ที่รับการออกแบบภายใน ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีให้เห็นอยู่มาก เกี่ยวกับการตกแต่งภายใน องค์ประกอบหลักๆ ที่จะทำให้บ้านเราน่าอยู่ ต้องทำอย่างไรบ้าง เราลองมาดูกัน

-แสงไฟ แสงไฟภายบ้าน ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ที่จะทำให้บ้านเรา ดูอบอุ่นมากที่สุด การเลือกใช้แสงไฟแต่ละชนิด แต่ละประเภท จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน แสงที่ให้รู้สึกอบอุ่น และดูสบายตามากที่สุด ก็คือแสงไฟสีส้มอ่อน หรือที่เราเรียกกันว่า warm light ยิ่งเป็นห้องนอน และใช้แสงไฟชนิดนี้ จะยิ่งให้เรารู้สึกอบอุ่นมากยิ่งขึ้น

การเลือกไปแต่ละชนิด ภายในบ้านของเรา จะต้องดูด้วยว่า ห้องแต่ละประเภทนั้น เอาไว้ใชงานอย่างไร วัตถุประสงค์อะไร การเลือกใช้งานให้ถูกประเภท จะทำให้บ้านของเรา ดูน่าอยู่มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคนที่มาเยี่ยมบ้าน ก็อยากจะได้บ้าน อยากจะอยู่บ้าน เหมือนที่เรามีอยู่ขณะนี้

-การเลือกใช้สี เรื่องของสีบ้าน มีผลมาก ในเรื่องของความรู้สึก สีแต่สี จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน สำหรับผู้ที่มองเห็น อย่างสีแดง สีส้ม ก็จะให้ความรู้สึกร้อนแรง และก็ไม่มีใครที่นิยมใช้สีโทนนี้ ในการทาบ้าน แม้จะเป็นภายนอกก็ตาม เพราะมันให้ความรู้สึกร้อน ไม่สบายตัว คนจึงไม่ค่อยนิยมมากเท่าไหร่

สีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น น่าอยู่มากที่สุด ก็คือสีเทา หรือสีอ่อนต่าง ๆ พวกสีครีม เป็นต้น จะให้ความรู้สึกที่สบายตา เวลาที่เรามอง เพราะมันเหมือนสีของท้องฟ้า ที่เรามองเมื่อไหร่ เราก็รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย การเลือกสีทาบ้าน ควรเลือกสีประเภทนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่เป็นห้องนอนของเรา ต้องให้ความรู้สึกสบายมากที่สุด สีที่ได้บอกไป เป็นสีที่ควรเอามาทาในห้องนอนของเรา มากที่สุด

-ของตกแต่งบ้าน เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่ง ที่จะทำให้บ้านของเรา น่าอยู่มากยิ่งขึ้น ของตกแต่งบ้าน ที่มันทำให้ดูดี และรู้สึกสบายมากที่สุด ก็คือของที่มาจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพวกเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ หากมาจากธรรมชาติ เราก็จะรู้สึกดี รู้สึกสบาย มากกว่าของที่มาจากคนสร้างเอง

ทั้งหมดนี้ เป็นหลักสำคัญ ในการตกแต่งบ้าน ให้ดูอบอุ่น และน่าอยู่มากที่สุด การจะเลือกตกแต่งบ้านในแต่ละครั้ง เราก็ต้องเน้นเรื่องนี้เป็นสำคัญ ว่าจะทำอย่างไร ให้มันออกมาน่าอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวหรือว่าคนที่ได้พบเห็นก็ตาม

ดูแลบ้านอย่างไร ให้มีอายุการใช้งาน

ดูแลบ้านอย่างไร ให้มีอายุการใช้งาน ที่ยืนยาวมากที่สุด

ดูแลบ้านอย่างไร ให้มีอายุการใช้งาน

บ้าน ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ที่มีความสำคัญมากที่สุดในชีวิตของงเรา ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังใหญ่ หรือบ้านหลักเล็กก็ตาม เราก็อยากจะให้บ้านของเรา อยู่กับเรานอนที่สุด ไม่อยากจะให้เกิดความเสียหาย เพราะค่าใช้จ่ายในการทำบ้านนั้น มันก็แพงมากเหมือนกัน การดูแลรักษาบ้าน จึงเป็นสิ่งที่เราจำเป็น ต้องให้ความสำคัญมากที่สุด จะได้ไม่เกิดความเสียหายต่าง ๆ ภายในบ้านของเรา

มีอะไรบ้าง ที่ถือว่าสำคัญมากที่สุด และมักจะเสียบ่อยที่สุดในบ้าน และเราต้องหมั่นตรวจสอบให้บ่อย เพราะเวลาเกิดความเสียหายมา เราจะได้แก้ไขทัน เพื่อที่จะไม่ให้มัน เสียหายหนักมากกว่าเดิม

-หลอดไฟ ถือว่าเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เราต้องใช้ทุกวัน ของอะไรก็ตาม ที่มันต้องใช้ทุกวัน ใช้บ่อยๆ มันก็ย่อมจะชำรุดง่าย พังง่ายมากกว่าของอย่างอื่น เรื่องของหลอดไฟ เราก็ควรหมั่นที่จะตรวจสอบเสมอ ว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า หากมีข้อมบกพร่องเล็กน้อย เกี่ยวกับหลอดไฟ ก็ให้เราเปลี่ยนทันที หรือไม่ก็ให้ช่างมาซ่อม

วิธีการดูแลหลอดไฟให้มีอายุการใช้งาน ยืนยาวที่สุด ก็คือการทำความสะอาดบ่อยๆ เช่น การถอดออกมาทำความสะอาด พวกสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่มักจะไปเกาะอยู่ตามหลอดไฟ เพราะสิ่งสกปรกบางอย่างนั้น มันอาจจะทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรได้ ซึ่งอาจจะเกิดความเสียหายหนักขึ้นไปมากกว่าเดิม

-ประตู หน้าต่าง เป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่ง ที่เราต้องใช้งานทุกวัน ในการเปิดปิดบ้าน และประตู ก็มักจะเป็นส่วนที่เสียบ่อยที่สุด ในบ้าน การดูแลรักษาประตู จึงต้องดูให้ละเอียด ไม่ว่าจะเป็นความบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม ควรจะให้ช่างมาซ่อม หรือทำให้มันเป็นเหมือนเดิม จะได้ไม่เกิดความเสียหายที่มาก เพราะประตูบางอย่าง บางชนิด ก็มีราคาแพงมาก อย่างเช่นพวกประตูที่เป็นไม้สัก

เราจึงต้องดูแลให้ดี อย่าให้โดนน้ำ หรือโดนอะไร ที่มันจะทำให้เกิดความเสียหายขึ้น และหมั่นดูและพวกบานพับ หรือรางเลื่อนต่าง ๆ ว่ามันมีสนิม มีอะไรมาเกาะหรือไม่ ที่มักจะทำให้เดความขัดข้อง เวลาที่เราใช้งานประตู หรือหน้าต่างพวกนี้ และหมั่นหยอดน้ำมัน เพื่อให้มันทำงานได้สะดวกด้วย

-อุปกรณ์ เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่เราต้องดูแล และให้ความสำคัญมากเหมือนกัน วิธีการยืดอายุ ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม เราต้องพยายามอย่าให้มันโดนน้ำ หรือโดนความชื้น เพราะอาจจะเกิดความเสียหาย อย่างเช่นพวกรา ที่มักจะมาเกาะ จนทำให้ดูสกปรก ไม่น่าอยู่ และถ้ามีน้ำอะไรก็ตาม ที่ไปเกาะ หรือหยดใส่ ก็ควรจะเช็ดทำความสะอาดทันที จะได้ไม่เกิดความเสียหายที่มากกว่าเดิม

ทั้งหมดนี้ เป็นวิธีการดูแลบ้านหลักๆ ในจุดที่มักเกิดความเสียหายมากที่สุด ถ้าเราอยากจะให้บ้านของเรา มีอายุการใช้งานที่มากกว่าเดิม ไม่อยากให้เกิดความเสียหาย เราต้องหมั่นเช็ค หมั่นดูแล ข้าวของเครื่องใช้ อุปกรณ์ภายในบ้านทุกอย่าง ให้บ่อยๆ จะได้แก้ไขทัน อันไหนที่เราสามารถแก้ไขเองได้ ก็ควรจะทำทันที หรืออันไหนที่ไม่สามารถแก้ไข ซ่อมเองได้ ก็ควรจะให้ช่างที่มีความชำนาญ มาดูแลให้

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén